คาดว่าที่ขึ้นหัวเอนทรีมาแบบนี้หลายท่านคงจะรู้กันแล้วล่ะว่านัจจังหมายถึงอะไร
 
ใช่แล้วค่ะ นัจจังจะมาพูดถึงคอนเสิร์ตของ X-Japan ที่จัดไปเมื่อวันที่ 8
 
แต่ก่อนหน้านั้น นัจจังอยากจะเล่าอะไรซักนิดว่าทำไมนัจจังถึงบอกว่าในคอนเสิร์ตวันนั้น 
นัจจังถึงรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นค่ำคืนที่ความฝันหลอมรวมกับความจริง
 
นัจจังเองรู้จักวง X-Japan ครั้งแรกเมื่อราว 19 ปีก่อน
จำได้ว่าในตอนนั้นอายุแค่ 12 และกำลังรอเรียนพิเศษภาษาอังกฤษอยู่
จำได้ว่าไปเดินเล่นในร้านขายเทปเพลงที่ชั้นใต้ดินของห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว
(ที่ตอนนี้มันเป็นบิ๊กซีไปละ) แล้วไปเจอเทปม้วนนึงที่วางอยู่ชั้นล่างสุดของชั้นวางเทป
เทปที่แทบจะไม่มีคนสังเกต เพราะวางอยู่บนชั้นที่ห่างจากพื้นไม่ถึง 5 ซม.
เทปที่แทบจะไม่น่าจะโดดเด่นอะไร เพราะมันก็แค่สีดำๆ และหน้าปกมีคนโดนล่ามอยู่
แต่วันนั้นนัจจังก็ยังหยิบเทปม้วนนั้นขึ้นมา แล้วก็เดินไปจ่ายตังค์ซื้อ
 
วันนั้นจำได้ว่ากลับถึงบ้านไม่ได้เปิดฟังทันที
แต่ปล่อยทำโน่นทำนี่จนกลับขึ้นห้องแล้วค่อยลองฟัง
ตอนแรกในหัวสับสน เพลงภาษาอะไรวะ ญี่ปุ่น? อังกฤษ? ฟังไม่เห็นรู้เรื่อง
หยิบเนื้อเพลงมาพลิกเปิดดู แล้วก็คิด เวรละ ภาษาผสมจะรู้เรื่องไหมเนี่ย
แต่ในที่สุดนัจจังก็ตัดสินใจฟัง แล้วก็ฟังจนจบ 
 
จากแค่ฟังผ่านๆ กลายเป็นเริ่มติด และเริ่มซื้อเทปม้วนอื่นๆ ของวงนี้
ฟัง บ่อยจนเทปยืดกันไปข้าง จนแค่แช่เย็นก็ไม่ทำให้เทปหายยืด
ฟัง จนต้องซื้อเทปเซทใหม่มาเก็บ แล้วก็ก๊อปไว้ฟังแยกต่างหาก
ฟัง จนจากที่แค่ชอบ กลายเป็นรัก และทำทุกหนทางให้ได้รู้จักพวกเขามากขึ้น
 
ดิ้นรนหาบทสัมภาษณ์สารพัดภาษา หาวีดีโอและทุกอย่างเท่าที่จะหาได้
ติดต่อเพื่อนที่ชอบแนวเดียวกันไว้คุย ทำทุกอย่างเพื่อรู้จักพวกเขาให้มากขึ้นอีกซักนิด 
จนในที่สุดตัดสินใจแม้กระทั่งจะตั้งใจเรียนให้เก่ง 
อาจจะดูเหมือนบ้า แต่ตอนนั้นในความคิดแบบเด็กๆ นัจจังคิดแบบนี้จริงๆ
เพราะนัจจังเองเป็นคนที่เคยโดนญาติดูถูกไว้ ว่าชาตินี้แค่ม.ต้นมันก็เรียนไม่จบ !!!
ถ้าขยันให้มากขึ้น ก็จะเก่งขึ้น พอเก่งขึ้น อย่างน้อยๆ ก็น่าจะทำให้อ่านบทสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษรู้เรื่อง
และถ้าเก่งขึ้น พ่อกับแม่ก็คงจะไม่ว่าถ้าหากเราจะมีวงดนตรีที่รักซักวง
แล้วความพยายามก็ได้ผล จากเด็กที่สอบตกมันทุกเทอม เริ่มสอบผ่านหมด
เกรดที่เคยเน่าจนไม่กล้าให้พ่อแม่ดู ก็ค่อยๆ คืบขึ้นทีละน้อย 
จนในที่สุดผลการเรียนของนัจจังก็ดีพอที่จะทำให้กล้าตัดสินใจ
หยิบเอาวีดีโอของ X-Japan มาเปิดตอนกลางวัน
(ปกติถ้าได้วีดีโอมานัจจังจะย่องลงมาดูคนเดียวตอนตี 1 ตี2 จะกรี๊ดก็ไม่กล้ากรี๊ดให้เต็มเสียงด้วยซ้ำ)
 
จำได้ว่าวันแรกที่ตัดสินใจเสี่ยง เอาวะ ลองให้พ่อกับแม่รู้ว่านัจจังชอบวงนี้ 
นัจจังบอกพ่อว่าจะขอดูวีดีโอคอนเสิร์ต พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร พอเพลงขึ้นเห็นนักดนตรีครบ
พ่อหันมาพูดกับนัจจังว่า... "เอาอย่างงี้เลยเหรอลูก"
แล้วพ่อก็นั่งประกบดูด้วยจนวีดีโอหมดม้วน จำได้ว่าพ่อ เครียด 
 
แต่อย่างที่บอกว่านัจจังเลือกเดินหมากด้วยการขยันเรียน และคิดตลอดว่า เกรดห้ามตก
ทำให้พ่อกับแม่ไม่เคยว่าซักคำ ที่นัจจังเลือกจะรักวงดนตรีวงนี้ 
ทั้งๆ ที่ไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ว่าซักคำ ที่เลือกที่จะบ้าจี้เรียนภาษาญี่ปุ่นตอนขึ้นมัธยมปลาย
กลับกันหากนัจจังทำเกรดได้ดีกว่าเดิม พ่อกับแม่นี่ล่ะที่จะเป็นคนถอยของของ X-Japan มารอให้ที่บ้าน
เคยได้ BOX set ชุดใหญ่ที่มีทั้งป้ายรันเลข เสื้อ ซีดี วีดีโอ หนังสือจากแม่ เพราะได้คะแนนทอปของห้อง
(แม่ฝากน้าชายที่บินไปทำงานที่นั่นไปเข้าคิวซื้อมาให้)
จำได้ว่าตอนนั้นพอโยชิกิมาเมืองไทย แล้วก็บอกว่าจะจัดคอนเสิร์ตที่ไทย
พ่อบอกด้วยซ้ำว่าจะออกค่าบัตรให้ จะแพงเท่าไหร่ก็ให้
 
อาจเป็นเพราะพ่อกับแม่เห็นว่านัจจังชอบ X-Japan แล้วไม่ได้ทำตัวเหลวไหล
ทำให้จนถึงตอนนี้พ่อกับแม่ก็ยังกางปีกปกป้องเวลามีใครมาด่า X-Japan ให้ฟัง
ตอนสมัยก่อนที่โยมาเมืองไทยครั้งแรก มันมีรายการโทรปรึกษาปัญหาครอบครัว
มีคุณแม่คนนึงโทรเข้าไปบอกว่าลูกสาวชอบวงดนตรีต่างชาติแล้วทำตัวเสียคน
ไอ่ทางแม่คุณดีเจก็ยุให้คุณแม่คนนั้นบอกออกอากาศมาเลยว่าวงดนตรีที่ว่าคือวงอะไร
พอหลุดว่า X-Japan ออกมาเท่านั้นล่ะ แม่ของนัจจังด่าสวนเลยว่า
ลูกมันไม่รู้จักบริหารเวลาเองต่างหาก (ในใจนัจจังแอบคิด เดินทางถูกแล้วตู - -")
เมื่อไม่กี่วันก่อนกรณีของดาราสาวปากไว พ่อก็ด่าสวนทันควันเหมือนกัน ว่าปากเปราะ
แล้วก็พาลเกลียดขี้หน้าดาราสาวคนนั้นมากกว่านัจจังที่เป็นแฟนเพลงของ X จะเกลียดเสียอีก
 
จำได้ว่าตอนที่โยบอกจะมาจัดคอนเสิร์ต ในใจวาดหวังเอาไว้เยอะมาก
คุยกับเพื่อนหลายคน ก็บอกว่าถ้ามาจะไปกันทั้งนั้น 
ตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงม.5 ม.6 เพราะจำได้ว่าเป็นช่วงปีที่เดินเรียน
จำได้ว่าตอนนั้นถ้าต้องทำงานส่งแล้วเอาอะไรก็ตามเกี่ยวกับ X มาทำส่ง
งานชิ้นนั้นจะได้คะแนนดีเป็นพิเศษ 
(เคยได้เต็มกับบทความภาษาอังกฤษที่เขียนแนะนำอัลบัม Blue blood)
จำได้ว่าเป็นเวลาที่มีความสุขกับการได้รอว่าโยจะมาจัดคอนเมื่อไหร่มากๆ
แล้วก็จำได้ว่าตอนนั้นตามงานเดี่ยวของแต่ละคนด้วยความสนุกสนานเช่นกัน
ยอมเก็บเงิน... เพื่อที่จะซื้อหนังสือสักเล่ม หรือซีดีซักแผ่น
แม้มันจะหมายความว่าจะต้องเก็บเงินร่วมเดือนก็ตาม
เริ่มฝัน ที่จะได้ X jump ในคอนเสิร์ตเหมือนกับที่เคยได้เห็นในวีดีโอ
 
แต่แล้วก็เหมือนโดนสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงกลางหัวตอนกลางวันแสกๆ 
เมื่อตอนที่รู้ว่าโทชิจะลาออก แล้วโยประกาศยุบวงเพราะไม่มีโทชิก็ไม่มี X
จำได้ว่า ...เจ็บ...
จำได้ว่า ...ช็อก...
แต่ตอนนั้นก็ได้แต่คิดว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกป๋าๆ ก็รียูเนี่ยนกันใหม่
เดี๋ยวป๋าๆ ก็คงจะกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง
 
แล้ว... ฟ้าก็ฟาดกลางลงมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ที่หัว แต่เป็นที่ใจ
ข่าวฮิเดะเสีย ด้วยวัยเพียง 33 ปี
จำได้ว่าร้องไห้แทบบ้า ร้องจนพ่อเป็นห่วงกลัวเราจะคิดสั้น
ร้องไห้แล้วก็ซึม จนพ่อต้องส่งน้องสาวคนเล็กที่เรารักที่สุดมานอนเป็นเพื่อน
อยากจะบอกว่าทุกวันนี้ พอได้เห็นภาพฮิเดะ ได้ยินเสียงฮิเดะ
บางครั้งน้ำตามันก็ยังไหลออกมาอยู่เลย 
 
หลังจากฮิเดะตาย ตอนนั้นรู้แค่ว่าความฝันที่จะได้ไปดูคอนเสิร์ตของ X-Japan
มันคงจะเป็นแค่ฝันไปชั่วชีวิตเสียแล้ว
 
หลังจากนั้นมา นัจจังยังคงฟังเพลงของ X ยังฟังเพลงของฮิเดะ ยังฟังเพลงของทุกๆ คน
แต่ก็ไม่ค่อยได้บอกใคร ว่านัจจังชอบ X-Japan รัก X-Japan
 
จนไม่กี่ปีก่อน ที่ X กลับมารียูเนี่ยน โดยที่มีสึงิโซเข้ามาเป็นร่างทรงของฮิเดะให้
ตอนนั้นจำได้ว่าอิจฉาคนญี่ปุ่น ที่มีโอกาสได้ดูคอนเสิร์ตของ X อีกครั้ง
และจำได้ว่า งอนโย ที่รวมวงช้าไป นัจจังกลับจากญี่ปุ่นมาอยู่ไทยแล้ว
 
จนเมื่อตอนโยมาไทยครั้งที่ 2 และบอก...จะจัดคอนเสิร์ตในไทยจ๊ะ
กรี๊ดแตก วาดหวัง และรอคอย แม้จะไม่มีแมงมุมสีชมพูให้ได้เห็นในคอนก็ไม่เป็นไร
ยังไงเสียฮิเดะก็อยู่ในใจเสมอ ขอแค่ได้เห็น X member คนอื่นๆ มาเปิดคอนเสิร์ตให้ดูก็พอ
 
แล้วก็... ได้แต่สาปส่งโคตรเหง้าศักราชคนบางกลุ่มไปด้วยความแค้น
มหกรรมกีฬาสีที่จัดขึ้นโดยความไม่สมัครใจ (สนามบินนี่นี้ข้าครอง -*-)
ทำให้คอนเสิร์ตต้องยกเลิก จ๊อดดดดด พวกแง่งทำ***อะไรวะ
 
ท้อแท้ หมดหวัง ชีวิตนี้นัจจังคงจะไม่มีโอกาสได้ดูคอนเสิร์ตของ X ซะแล้วมั้ง
 
แล้วประกายในชีวิตก็ถูกจุดขึ้นมาใหม่ีเมื่อราวๆ ช่วงต้นเดือนสิงหา 2011
ที่อยู่ๆ เวปเพจของ X ที่ตามไว้ในเฟสบุ๊ค (ที่แน่นิ่งไปนานมาก)
อยู่ๆ มันก็ประกาศข่าวเวิร์ดทัวร์ขึ้นมา และที่สำคัญ มีไทยอยู่ในลิสต์นั้นด้วย
กรีดร้องดังๆ นี่นัจจังไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม
 
กดจึ้กพุ่งเข้าเวปหลักของ X แล้วก็เห็นว่ามีชื่อประเทศไทยอยู่ในลิสต์จริงๆ 
กรีดร้องอีกครั้ง รีบกลับไปตามทวิสต์ป๋าโย ตามเฟสป๋าโย ค้นหาความจริงแทบคลั่ง
แล้วก็เห็นทวิสต์ที่โยบอกประมาณโดนเมเนเจอร์ดุเพราะประกาศข่าวไวไป
จำได้ว่าตอนนั้นแอบฮาครืน แหม นิดหน่อยน่าอย่าดุป๋าเลย
 
แล้วก็เห็นเฟสของ BEC ประกาศขึ้นมาว่า... วันที่ 15 สิงหา เวลาเที่ยงตรง
จะประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับคอนเสิร์ตของ X-Japan ขอให้แฟนๆ รอ
จำได้ว่านั่งนับชม. ย้อนหลังเพื่อให้ถึงวันที่ 15 กันเลยทีเดียว
 
วันที่ 15 สิงหา จำได้ว่าเฝ้าคอมตั้งกะเช้า พอใกล้ๆ เที่ยงเข้าดูหน้าไทยทิคเกต 
สลับกับ BEC กดรีเฟรชรัวๆ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน หนีไปกินข้าว เฝ้าใหม่จนบ่ายสาม
ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน จำได้ว่า... เคืองมาก -*-
 
ในที่สุดหลังจากรอร๊อรอ BEC ก็ปล่อยกติกาพรีเซลล์ที่... เราแทบกระโดดถีบขาคู่ใส่คอม
จ๊อด พรีเซลล์ 20 สิงหา ขายปกติ 21 สิงหา
แต่ ไอ้กติกานั่นอะไรฟะ หูชา 5 กระป๋อง+โค้ด 1 โค้ด (ต่อ 1 FB และ 1 เบอร์โทร)
จำได้ว่ามือกดรัวรับโค้ดไปสองโค้ด เพราะกะเผื่อๆ ไว้ว่าเพื่อนๆ ที่จะไปดูคอนกันในกลุ่ม
น่าจะไม่เกินนี้ แล้วก็บอกให้เพื่อนอีกคนรีบรับโค้ดเผื่อไว้ (แต่โชคร้่าย มันไม่ได้โค้ดซะงั้น - -")
หลังจากได้โค้ด นัจจังกดโทรศัพท์ไปหาน้องสาวที่มันออกไปนอกบ้าน
บอกมันว่า... ถอยชามา 10 กระป๋อง เจ๊ต้องใช้หูกระป๋องมันซื้อบัตร
น้องสาวตอบไวทันควัน งี่เง่าโคตรๆ อะเจ๊ (ทำไงได้ มันให้ใช้ก็ต้องซื้อสิ)
 
ชาที่ได้มาผิดจากที่คาดไปเยอะ ตอนแรกนัจจังคิดว่ามันจะกระป๋องเท่ากาแฟกระป๋องที่มันจ้อยๆ
ที่ไหนได้กระป๋องเท่าโค้ก เอ๊ย จะเยอะไปไหนเนี่ย
ตอนหยิบกระป๋องขึ้นมาอ่านรสของชาครั้งแรกนัจจังคิดนะว่า 
อืมมมมม ไม่น่ามีปัญหามั้ง ปกตินัจจังก็กินชาผสมโซดาอยู่แล้ว
แต่กินสองวันให้ได้ 10 กระป๋องนี่... กินคนเดียวก็เสี่ยงตายไปหน่อย
นัจจังเลยหยิบเปิดแล้วแจกบังคับให้ทั้งพ่อ และพี่แม่บ้านช่วยกันกิน
แต่... นัจจังก็รู้เอาตอนชาเข้าปากนั่นล่ะ ว่านัจจังประเมินค่ามันสูงไป... OTL
ชาบ้าอะไรฟะ รส***สิ้นดี
ทำใส่ถังใหญ่มาสองกระป๋อง ทนซดไปได้ไม่เท่าไหร่นัจจังก็เดินยกมันไปห้องน้ำ
แล้ว...เททิ้ง... 
เหลือทนค่ะ รสเหลือทนมากๆ แค่คิดถึงก็... สาปส่ง ชาตินี้จะไม่ซื้อกินอีกแล้ว
วันถัดมาแอบทำตัวร้ายกาจ เอาชาไปแบ่ง(บังคับ)พี่แม่บ้าน*2 ให้ช่วยกิน
ส่วนนัจจังลองรสใหม่ (วันแรกลองสีดำไป... เน่าเป็นที่เรียบร้อย)
เปิด เทน้ำแข็ง ซด...(ย้อนกลับไปอ่าน 4 บรรทัดข้างบนนะคะ)
 
กินบ้างทิ้งบ้างจนในที่สุดฝาทั้ง 10 ฝาก็อยู่ในมือนัจจังโดยสวัสดิภาพ(รึ?)
ถามเพื่อน กึ่งชวน กึ่งลาก จนในที่สุดก็ได้ยอดลงตัวที่... 3 คน - -"
นัดกับเพื่อนอีกคนที่ไม่ได้ทำงานวันเสาร์ ว่าจะไปจองที่ซื้อตั๋วกันนะ
นัดเวลาเสร็จสรรพ นัจจังคิด... เอ... นัจจังไปก่อนเพื่อนดีกว่า 
อย่างน้อยๆ ถ้าไปถึงแล้วได้ที่ต้นๆ ก็น่าจะโอ 
คิดได้แบบนั้นนัจจังก็ออกจากบ้านไปตอนหกโมงเช้าค่ะ เช้ากว่าเวลาที่นัดเพื่อนไปเกือบชม.
(ก่อนออกจากบ้านก็โทรไปปลุกเพื่อนตามที่นัดกันไว้ กันเหนียวกลัวเพื่อนไม่ตื่น - -")
 
ไปถึงเท้าเหยียบหน้าห้างตอนหกโมงครึ่ง เห็นแถวแล้วแทบกรี๊ด นี่พวกเธอมากันกี่โมงเนี่ย
 
ถ้าจำไม่ผิด นัจจังจะได้คิวแบบเขียนด้วยเมจิคที่มือที่คิว 298 มองคิวแล้วก็ถอนหายใจหนักๆ 
เพราะหลังจากนัจจังจรดปากกาเขียนคิวไปได้ไม่เท่าไหร่ คิวก็วิ่งไปไวมาก 
เห็นรุ่นน้องที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก เหมือนจะได้คิวที่ 4 ร้อยกว่า - -"
เพื่อนที่ตามมาทีหลังตอน 7 โมงครึ่งบอก คนสุดท้ายที่เห็นเข้าคิวอยู่ น่าจะคิวที่ 7 ร้อยแล้ว
ตอนนั้นได้แต่หัวเราะหลอนๆ กันไป โชคดีมากที่มาก่อนเวลานัด โชคดีจริงๆ
 
จำได้ว่าวันที่ไปนัจจังนอนตอนตี 2 ตีห้าครึ่งต้องตื่นต้องอาบน้ำเร็วๆ
เพื่อจะมาหยิบกับข้าวอุ่น หยิบข้าวปั้นที่ทำไว้กินเป็นมื้อเช้าใส่กระเป๋า
แล้วก็รีบเรียกแทกซี่ไปเซ็นทรัลเวิร์ด นอนไปสองชั่วโมงครึ่ง จากนั้นก็ไปสลบเป็นซาก
รอซื้อตั๋วอีกเกือบๆ 8 ชั่วโมง จำได้ว่าได้บัตรตอนราวๆ บ่ายโมง
น้องสาวที่จะมากินข้าวด้วยหิวจนแทบจะเอาฟันหน้าเฉาะแทะเราเล่นเพราะไม่ได้บัตรซักที
จนซื้อตั๋วเสร็จนั่นล่ะ ที่ทำให้นัจจังคิดว่า ชีวิตนี้จะมีโอกาสได้ดูป๋าๆ แล้ว
(ช่วงนั้นถึงกับประกาศมั่นเลย ว่าถ้าไอ้บ้ากีฬาสีฝั่งไหนทำคอนไม่ได้จัดจะเกลียดมันไปทั้งชาติ)
 
กลับจากซื้อตั๋วมาก็เพ้อแล้วเพ้ออีก หัดร้องเพลงใหม่ ตามป๋าๆ ทั้งหลายเป็นบ้าเป็นหลัง
 
แต่แล้ว... ให้มันได้แบบนี้เถอะ ไม่รู้ว่าป๋าๆ นี่ดวงชงกับประเทศไทยหรือยังไง
พอจะมาแสดงคอนเสิร์ตทีไรมีเรื่องให้ได้ลุ้นกันอยู่ตลอด 
ต้นตุลา... ยัยน้ำบุกค่า อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ยิ่งเข้าปลายตุลา สารพัดคอนเสิร์ตที่จะจัด ดาหน้ายกเลิกกันไปทีละหนึ่ง ทีละหนึ่ง
ในหัวตอนนั้นความคิดของนัจจังสับสนมาก ไป ไม่ไป ไป ไม่ไป แล้วก็จบที่ ไป ซะทุกครั้ง
ตอน BEC ยืนยันว่าจัด นัจจังบอกตรงๆ เลยว่ากลุ้มใจมาก จะไปยังไง จะกลับยังไง
จนไปเปรยกับพ่อ พ่อบอก... เอาพี่คนขับรถขับกะบะไปจอดรอสิ
ชาบูพ่อตัวเองไป 1 รอบ นัดหมายกับเพื่อน นัดกับรุ่นน้อง ไปกลับสะดวกแล้วววววว
แถมตอนพ่อรู้ว่ามีดราม่าเรื่อง X จะมาจัดคอน พ่อบอก อย่าไปสน ไม่ใช่เรื่องของมัน อย่าไปอ่านให้รกหัว
ชาบูพ่อตัวเองอีกครั้งอย่างกระดี๊กระด๊า
ตอนนั้นคิดเลยแค่ โยยังยืนยันจะมา ชั้นก็ยืนยันจะไปแน่นอน
(ไม่มั่นใจ BEC สุดๆ เพราะก่อนนั้น BEC ยืนยันคอนอีกคอนแล้วเลิกก่อนงานแค่ 3 วัน
เอาทวิสต์ป๋าโยนี่ล่ะ มั่นใจกว่าแน่ๆ ป๋าจะมา ก็จะไป)
 
แล้ววันที่ 8 ที่รอคอยมาเกือบ 20 ปีก็มาถึง วันนั้นนัดกับเพื่อนว่าจะออกจากบ้านตั้งแต่บ่ายสาม
เพราะเพื่อนอ่านเฟสของ BEC ที่บอกว่ารถติดมากๆ ให้เผื่อเวลากันด้วย เลยออกแต่เนิ่นๆ
ไปถึงก็ลากเพื่อนไปซื้อของที่ระทึก ใจจริงอยากถอยหลายอย่างแต่...รอรับทีหลังเลยลังเล 
แล้วก็ตัดใจไป จนเอามาแค่แทคห้อยคอ กับผ้าโพกหัว (ไม่เอาเสื้ออะ ราคาชวนระทึกไปนิด - -")
 
นั่งรอ นั่งเม้าท์กันนานมากๆ กว่าประตูจะเปิด รอไปรอมาเจอเพื่อนที่ไม่ได้ติดต่อเลยตั้งแต่สมัยจบป.ตรีซะงั้น
แต่ถึงจะเม้าท์กันสนุกสนาน บอกตรงๆ ว่าในใจนัจจังเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว
คอนเสิร์ตที่รอมากว่าครึ่งชีวิตมันกำลังจะเริ่มอยู่ตรงหน้า
 
เข้าไปในอารีน่า ตอนที่นั่งดูสภาพรอบๆ ตัวแล้วก็หันมาดูเวลา ทุ่มสามสิบ กับเก้าอี้ที่ว่างเกือบครึ่ง
บอกตรงๆ ว่า... ใจหาย ถ้าคอนเสิร์ตจะมีคนกันแค่นี้
ยังคุยกับเพื่อนเลยว่าถ้าประตูปิดมีแค่นี้จะทำยังไง เขาจะเลื่อนขึ้นมานั่งให้ที่นั่งดูเต็มไหม
แต่พอสองทุ่มกว่าๆ ใจก็ชื้นขึ้นเยอะ ที่นั่งที่ว่างๆ ถูกเติมจนเกือบเต็ม และมองไม่เห็นที่ว่างมากนัก
 
ตอนที่ทีมงานประกาศว่าคอนกำลังจะเริ่ม อยากจะบอกว่าดีใจจนใจแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ไอ้ที่บอกๆ อยู่ในวีทีอาร์น่ะ ... สารภาพตรงๆ เลยว่า ไม่ได้สนใจซักนิด
ทั้งกรี๊ด ทั้งชูแท่งไฟทำเครื่องหมาย X ใจเต้นแทบจะไม่เป็นจังหวะ
แต่พอเปลี่ยนเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี อยากจะบอกว่ารักแฟน X มากมาย
ที่ปรับเปลี่ยนอารมณ์กันได้ไวมาก จากที่กรี๊ดๆ เป็นสงบนิ่ง มีร้องเพลงสรรเสริญกันบ้างประปราย
พอเพลงจบ ถวายคำนับเสร็จ... แฟน X ขา กลับมากรี๊ดกันได้อย่างพร้อมเพรียงกันอีกครั้งจริงๆ
 
ตอนที่ไฟดับ แล้วเห็นโยยืนอยู่หลังกลองชุด บอกตรงๆ ว่าตอนนั้นในหัวไม่ได้คิดอะไรแล้ว
นอกจากคำว่า... เริ่มแล้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
ขอยกเอาท่อนที่เป็นเสียงผู้หญิงพูดแนะนำก่อนเข้าคอนมาแปะซักเล็กน้อย
 
"Welcome to our show. We've been looking forward to this moment.
Thank you for being here. We'll show you the place where's dream and life become one.
Memorise this night we will spend together and keep us in your heart.
Introducing X-Japan~~~"
 
แล้วป๋าๆ ที่เรารักทั้งหลายก็ซัดจัดหนักเพลงเร็วเป็นพรืดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อยากจะบอกว่า โทชิ สุดยอดมากที่เสียงไม่มีตกเลยขนาดนั้น
เพราะบอกตรงๆ ว่า นัจจังตะโกนร้องเพลงตาม+กรี๊ดเป็นระยะ ได้แค่ 3-4 เพลง
เสียงก็เริ่มหายไปจากคอแล้ว - -"
 
ตอนอยู่ในคอนสายตานัจจังเอาแต่จับจ้องบนเวที จับจ้องแทบจะทุกอริยบทของหนุ่มๆ บนนั้น
จ้อง จนมันจารลึกอยู่ในสมอง ชนิดที่ว่าตอนนี้ก็ยังเห็นได้อย่างแจ่มชัด (หนุ่ม 40+ ทำร้ายยยยย)
 
พาตะ กับหนวดที่แต่งแล้ว ไม่เป็นเซียนเหมือนก่อนๆ นี้ (อันนี้ดีใจ แต่งหนวดแบบนี้แล้วหล่อขึ้นเยอะเลย)
กับท่าเล่นกีตาร์ที่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน จนวูบหนึ่งนัจจังแอบเห็นฮิเดะยืนเล่นกีตาร์คู่กันกับพาตะด้วยซ้ำ
(บอกแล้ว ภาพในความทรงจำยังแจ่มชัด และฮิเดะก็ยังอยู่ในใจเสมอ)
กับความเงียบที่พยายามจะไม่โดดเด่น กับ...การหยอกเอินกับหนุ่มฮีธ หนุ่มสึงิโซ ให้ได้จิ้นพองาม
(ขอโทษค่ะป๋า แต่หนูแทบจะกรี๊ด ไม่สิ กรี๊ดไปแล้วตอนป๋าไปเล่นคู่ๆ กันอะ - -")
 
ฮีธ กับชุดกึ่งๆ โกธิค ที่นัจจังมองแล้วรู้สึกว่า น่ารักเหลือเกิน กับเสื้อสีขาวที่เข้ากันกับฮีธ
แล้วคุณฮีธก็ทำให้นัจจังกลับมากรีดร้อง และชอคนิ่งไปอีกครั้ง 
เมื่อคุณฮีธเธอถอดเสื้อโชว์แผงอกขาวๆ ตัวขาวๆ อยู่ตรงหน้า ชนิดที่ว่าดึงดูดสายตาไม่ให้
หันไปมองใครได้อยู่นานสองนานจนเพลงเกือบจะจบ
 
โยชิกิ กับ...ความเปล่งประกายที่ทำให้นัจจังรู้สึกว่า โยชิกิคะ ปกติคุณก็เจิดจรัสอยู่แล้ว
แต่ในคอนนี้คุณเจิดจ้าและเด่นมากเสียจนถอนสายตาแทบไม่ออกเลยนะคะ
ทั้งความน่ารัก ความอ่อนหวาน ความดุดัน ความเข้มแข็งที่คุณแสดงบนเวที คุณได้ใจชั้นไปอีกแล้ว
รวมทั้ง...ตอนที่คุณคอสสไบเฉียงที่ทำให้ชั้นกรี๊ดเพราะความงามของคุณด้วย - -"
(กรุณาอย่ามองคำว่างามในความหมายจำกัด นัจจังพูดถึงคำว่างามโดยไม่ติดกับคำว่าเพศ)
 
โทชิ เสียงป๋าทรงพลังมากมี เพลงแต่ละเพลงที่ป๋าเปล่งเสียงร้องออกมานั้น 
ทำให้นัจจังรู้สึกเหมือนกับว่าเสียงของป๋าแทรกซึมเข้าไปถึงหัวใจ 
ชั่วขณะทำให้นัจจังแทบจะลืมหายใจด้วยซ้ำ 
ป๋าทำการบ้านมาถือว่าดีมาก กับคนที่สำเนียงไม่ค่อยชัดอย่างป๋า แต่ป๋าตะโกนภาษาไทย ชัดมาก
ที่นั่งโซนที่นัจจังนั่ง เสียงบางครั้งก้องไป ทำให้ฟังป๋าไม่ชัด แต่พอมาฟังจากระยะอื่นบ้าง
ป๋าพูดชัดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
สึงิโซ เหมือนนัจจังจะลำเอียง แต่ก็อย่างว่านัจจังมันแฟน X บวกกับที่ตรงที่ได้นั่ง....
โกรธเหอะ นัจจังสูง 170 แล้วนะ ยังมีคนบังได้ชนิดว่ามิดจนมองไม่เห็นสึงิโซกันเลยทีเดียวอยู่อีก
แต่ป๋าตอนสีไวโอลิน ป๋าเท่ห์มากกกก ชั่วขณะนัจจังเหมือนเห็นระบำไอริสอยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว
(แต่ก็ยังเป็นประเด็นกันต่อไป บางท่านบอกว่าป๋าเซิ้งโปงลางซะงั้น - -")
 
จนสุดท้าย เวลาแห่งความสุขก็จบ... คอนเสิร์ตปิดฉากลงอย่างสวยงาม
แต่นัจจังขอบอกว่า มันเป็นความทรงจำที่มีค่ามาก 
สวยงาม และเปี่ยมสุขมากจนเกินกว่าจะคิดว่ามันเป็นความจริงได้
ช่วงเวลานั้นมันเหมือนกับที่ในคำโปรยตอนเริ่มบอกไม่มีผิดว่า
คอนเสิร์ตในคืนนั้นจะเป็นที่ๆ ความฝันและความจริงมาบรรจบกัน
 
โยชิกิทำได้ โทชิทำได้ พาตะทำได้ ฮีธทำได้ สึงิโซทำได้ X ทุกคนทำได้
 
เรามีความจริงที่งดงามดั่งฝันร่วมกัน !!!
 
X member จะรู้กันไหมนะ (นัจจังคิดว่าคงจะรู้กันแน่ๆ) ว่าหลังจากคืนนั้นมาแล้ว 
แฟนๆ ของพวกคุณรักพวกคุณมากขึ้นแค่ไหน
 
ขอบคุณที่ทำให้เราได้รัก และทำให้เราได้รู้ว่าพวกคุณก็รักแฟนเพลงของคุณ
 
นัจจังเชื่อว่าจากนี้ไป ไม่ว่าจะตัวนัจจังเอง หรือแฟน X คนอื่นๆ ก็คงจะยังชอบ X-Japan กันต่อไป
ยังคงรักโยชิกิ พาตะ ฮีธ โทชิ และสึงิโซ ได้เหมือนหรือมากกว่าสมัยยังละอ่อน
ยังคงรักและมีฮิเดะ มีไทจิ อยู่ในความทรงจำตลอดไป
 
あなた達を知って、好きになって、
辛い時もあったけど誤解していないわ。
これからもずっと好きだよ。
 
Ps. โยชิกิให้สัมภาษณ์ในงานเดินแบบว่า... อยากจะออกซีดีในปี 2012 ล่ะเง้ 
มาเก็บตังค์กันเถอะพี่น้องทั้งหลายยยยยยย ><

Comment

Comment:

Tweet